รายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ประกันสุขภาพควรเพิ่มตามไหม?

เมื่อเริ่มทำงานใหม่ ๆ เราอาจมีรายได้ไม่มากนัก

ประกันสุขภาพที่เลือกในวันนั้นจึงอาจเป็นแผนที่เหมาะกับงบประมาณในช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน

แต่เมื่อเวลาผ่านไป รายได้เพิ่มขึ้น
ตำแหน่งสูงขึ้น
มีครอบครัว
มีบ้าน
มีเงินเก็บ
มีธุรกิจ
หรือมีทรัพย์สินที่ต้องดูแลมากขึ้น

คำถามหนึ่งที่น่าสนใจคือ

“ประกันสุขภาพที่เรามีอยู่ ยังเหมาะกับชีวิตในวันนี้หรือไม่?”

เพราะชีวิตเปลี่ยนได้
ความรับผิดชอบเปลี่ยนได้
รายได้เปลี่ยนได้

แต่หลายคนกลับไม่เคยกลับมาทบทวนแผนประกันสุขภาพของตัวเองเลย

ประกันสุขภาพไม่ควรหยุดอยู่ที่วันที่เราเริ่มทำ

การทำประกันสุขภาพครั้งแรกถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

แต่ไม่ได้หมายความว่าแผนเดิมจะต้องเหมาะกับเราไปตลอดทุกช่วงชีวิต

ลองนึกภาพคนทำงานคนหนึ่ง

เมื่อ 10 ปีก่อน
ยังไม่มีครอบครัว
รายได้ยังไม่สูง
ไม่มีภาระหนี้สินมาก
และมีเงินเก็บไม่มากนัก

เขาอาจเลือกแผนหนึ่งที่เหมาะสมกับสถานการณ์ตอนนั้น

แต่วันนี้เขาอาจกลายเป็นผู้บริหาร
มีคู่สมรส
มีลูก
มีบ้าน
มีเงินลงทุน
และมีคนในครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ

ความเสี่ยงทางการเงินของเขาเปลี่ยนไปแล้ว

ดังนั้นสิ่งที่ควรเปลี่ยนตาม อาจไม่ใช่แค่รายได้
แต่รวมถึงการวางแผนรับความเสี่ยงด้วย


5 สัญญาณว่าอาจถึงเวลาทบทวนประกันสุขภาพ
1. รายได้เพิ่มขึ้นมากจากวันที่เริ่มทำประกัน

เมื่อรายได้เพิ่มขึ้น ความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายก็เปลี่ยนไป

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

เงินที่เราต้องการปกป้องก็อาจเพิ่มขึ้นด้วย

เมื่อก่อนเราอาจมีเงินเก็บไม่มาก

แต่วันนี้อาจมีเงินเก็บหลักล้าน
มีพอร์ตลงทุน
มีธุรกิจ
หรือมีทรัพย์สินที่สร้างมาหลายปี

หากต้องนำเงินก้อนเหล่านี้ออกมาใช้กับค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ ความเสียหายไม่ได้เกิดแค่กับ “เงินในบัญชี”

แต่อาจกระทบเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ด้วย

นี่คือเหตุผลที่ประกันสุขภาพควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน


2. จากคนเดียว กลายเป็นคนที่มีครอบครัว

เมื่อชีวิตมีคนที่เราต้องรับผิดชอบมากขึ้น ความหมายของคำว่า “ความเสี่ยง” ก็เปลี่ยนไป

เมื่อก่อนหากเกิดค่าใช้จ่ายก้อนหนึ่ง
เราอาจรับผิดชอบเองได้

แต่เมื่อมีคู่สมรส มีลูก หรือมีพ่อแม่ที่ต้องดูแล

เงินก้อนเดียวกันอาจมีความหมายมากกว่าเดิม

เพราะเงินที่นำไปใช้รักษาตัว
อาจเป็นเงินที่เดิมตั้งใจไว้สำหรับ

  • ค่าเล่าเรียนลูก
  • บ้าน
  • การลงทุน
  • เงินเกษียณ
  • เงินสำรองครอบครัว

การมีประกันสุขภาพจึงไม่ได้หมายถึงการกลัวว่าจะป่วย

แต่คือการวางแผนว่า

“ถ้ามีเหตุการณ์ที่เราไม่ได้คาดไว้ เงินที่เราสร้างมาจะยังทำหน้าที่ตามเป้าหมายเดิมได้หรือไม่”


3. จากพนักงานทั่วไป กลายเป็น Management หรือผู้บริหาร

คนที่เติบโตขึ้นในหน้าที่การงาน มักมีรายได้และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน

เวลาจึงมีมูลค่ามากขึ้น

การเจ็บป่วยหนึ่งครั้งอาจไม่ได้กระทบแค่ค่ารักษา

แต่อาจกระทบรายได้
งาน
ธุรกิจ
ทีมงาน
หรือครอบครัว

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่มีความรับผิดชอบสูงควรกลับมาทบทวนการวางแผนสุขภาพเป็นระยะ

ไม่ใช่เพื่อซื้อแผนที่ใหญ่ที่สุด

แต่เพื่อดูว่า

ความคุ้มครองที่มีอยู่ยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงในชีวิตปัจจุบันหรือไม่


4. เงินเก็บเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เคยคิดว่า “ต้องปกป้องเงินเก็บอย่างไร”

หลายคนตั้งใจเก็บเงินมาหลายปี

แต่เมื่อพูดถึงการปกป้องเงินก้อนนั้น กลับคิดว่า

“ถ้าไม่ป่วยก็คงไม่ต้องใช้”

แน่นอนครับ เราทุกคนหวังว่าจะไม่ต้องใช้เงินกับการรักษาที่ไม่คาดคิด

แต่การวางแผนการเงินที่ดีไม่ได้มีแค่การวางแผนว่าจะ “หาเงินเพิ่มอย่างไร”

ยังต้องคิดด้วยว่า

“อะไรสามารถทำให้เงินที่สร้างมาหายไปเร็วที่สุด”

ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ควรนำมาพิจารณา

โดยเฉพาะเมื่อค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเป็นภาระทางการเงินที่คนจำนวนมากไม่อยากรับไว้เองทั้งหมด


5. จำไม่ได้แล้วว่าประกันสุขภาพที่มีอยู่คุ้มครองอะไร

นี่เป็นสัญญาณง่ายที่สุด

ลองหยิบกรมธรรม์หรือข้อมูลประกันสุขภาพที่มีอยู่ขึ้นมาดู

แล้วถามตัวเองว่า

  • วงเงินหลักเท่าไร?
  • ค่าห้องเท่าไร?
  • มีความคุ้มครองส่วนไหนเพิ่มเติม?
  • มีเงื่อนไขสำคัญอะไร?
  • มี Deductible หรือไม่?
  • มีสวัสดิการจากบริษัทเพิ่มเติมหรือไม่?
  • ถ้าออกจากงาน ความคุ้มครองส่วนไหนจะหายไป?

ถ้าตอบไม่ได้หลายข้อ

ไม่ได้แปลว่าประกันเดิมไม่ดีครับ

แต่แปลว่า อาจถึงเวลาที่ควรกลับมาทบทวนมันอีกครั้ง

แล้วควรเพิ่มประกันสุขภาพทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องรีบเพิ่มทุกครั้งที่รายได้เพิ่มครับ

สิ่งที่ควรทำก่อนคือ

“Review” ไม่ใช่ “Buy”

ลองดูภาพรวมก่อนว่า

  1. ความคุ้มครองเดิมมีอะไร
  2. สวัสดิการจากบริษัทมีอะไร
  3. ภาระทางการเงินปัจจุบันเป็นอย่างไร
  4. เงินสำรองที่มีอยู่เพียงพอแค่ไหน
  5. ครอบครัวมีใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ
  6. ความกังวลเรื่องค่ารักษาอยู่ตรงไหน

หลังจากนั้นค่อยดูว่ามีช่องว่างตรงไหน

บางคนอาจไม่จำเป็นต้องเพิ่ม

บางคนอาจเหมาะกับการปรับแผน

บางคนอาจต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติม

และบางคนอาจพบว่าแผนเดิมยังเหมาะสมดีอยู่แล้ว

การทบทวนจึงสำคัญกว่าการซื้อเพิ่ม

ไม่แน่ใจว่าประกันสุขภาพที่มีอยู่ยังเหมาะกับชีวิตวันนี้หรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อใหม่ค่ะ
ให้ Aetinsure ช่วยดูและเปรียบเทียบภาพรวมให้ก่อนได้เลยค่ะ